เงินได้แบบไหนใช้เป็นฐานซื้อ SSF/RMF ได้

Updated: Feb 16, 2021


ไตรมาสที่ 4 ของปีก็เวียนมาถึงอีกครั้งแล้วนะครับ ช่วงเวลานี้ถือได้ว่าเป็น “เวลาทอง” สำหรับการจับจ่ายซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษียณยอดฮิต ไม่ว่าจะเป็น กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ซึ่งค่าซื้อกองทุนรวมทั้งสองประเภท รวมถึงเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ จะให้สิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี โดยรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) หรือกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน หรือกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) สูงสุด 500,000 บาท แต่สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่เข้าใจก็คือ ฐานที่ใช้คำนวณสิทธิในการซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นอย่างไร ในเรื่องนี้ผมจะพาไปทำความเข้าใจกันครับ...


ฐานในการคำนวณสิทธิซื้อ SSF/RMF เป็นอย่างไร

เนื่องจาก SSF/RMF และประกันชีวิตแบบบำนาญ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้สิทธิลดหย่อนภาษี สิทธิในการซื้อจึงคำนวณจาก “เงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี” โดย SSF ซื้อได้ไม่เกิน 30% ของฐานดังกล่าวแต่ไม่เกิน 200,000 บาท และ RMF ซื้อได้ไม่เกิน 30% ของฐานดังกล่าวแต่ไม่เกิน 500,000 บาท ส่วนเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ (หลังใช้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต 100,000 บาทแรกเต็มแล้ว) จะลดหย่อนได้อีก 15% ของฐานดังกล่าวแต่ไม่เกิน 200,000 บาท


แล้วเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษี จะคำนวณเป็นฐานได้ไหม?

เพื่อให้ทำความเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น ในการอธิบายผมขอแบ่งเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีออกเป็น 4 กลุ่มนะครับ

กลุ่มที่ 1 เงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีโดยไม่มีเงื่อนไข ดังนั้น คุณจะไม่สามารถนำเงินได้เหล่านี้มารวมเป็นฐานในการคำนวณครับ เช่น เงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล ดอกเบี้ยเงินฝากเผื่อเรียกของธนาคารออมสิน เงินปันผลจากบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน กำไรจากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กำไรจากการขายกองทุนรวมทั่วไป (รวมถึง LTF ที่ซื้อตั้งแต่ปี 2563)

กลุ่มที่ 2 เงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีโดยมีเงื่อนไข อย่างนี้ก็ขึ้นอยู่กับกรณีเลยครับว่าเงินได้ของคุณเข้าเงื่อนไขที่จะได้รับยกเว้นภาษีหรือไม่ ถ้าเข้าเงื่อนไขก็ไม่สามารถรวมเป็นฐานในการคำนวณได้ เช่น

  • เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ถ้าได้รับเมื่ออายุไม่ต่ำกว่า 55 ปี และเป็นสมาชิกกองทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี จะได้รับยกเว้นภาษีทั้งจำนวน แต่ถ้าได้รับในกรณีอื่นก็สามารถรวมเป็นฐานได้

  • ค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน ที่ไม่ใช่กรณีเกษียณอายุหรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง ได้รับยกเว้นเฉพาะส่วนที่ไม่เกินค่าจ้าง 300 วันสุดท้าย และไม่เกิน 300,000 บาท เฉพาะส่วนนี้ไม่สามารถรวมเป็นฐานได้

  • ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ รวมทุกธนาคาร ทุกบัญชี ถ้าได้รับไม่เกิน 20,000 บาทตลอดปีภาษี จะได้รับยกเว้นภาษี แต่ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตั้งแต่บาทแรก กรณีหลังนี้สามารถรวมเป็นฐานได้

  • ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปีขึ้นไป ที่ได้รับเมื่ออายุไม่ต่ำกว่า 55 ปี ไม่เกิน 30,000 บาทตลอดปีภาษี หรือดอกเบี้ยเงินฝากแบบผูกพันระยะยาวรายเดือนไม่น้อยกว่า 24 เดือน ฝากเดือนละไม่เกิน 25,000 บาท หากปฏิบัติถูกเงื่อนไขครบถ้วน จะได้รับยกเว้นภาษี และไม่สามารถรวมเป็นฐานได้ แต่หากปฏิบัติผิดเงื่อนไขจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย จึงสามารถรวมเป็นฐานได้

  • กำไรจากการขาย SSF/RMF (รวมถึง LTF ที่ซื้อก่อนปี 2563) หากปฏิบัติถูกเงื่อนไขจะได้รับยกเว้นภาษี ก็จะไม่สามารถรวมเป็นฐานได้ แต่หากปฏิบัติผิดเงื่อนไขจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ก็สามารถนำกำไรมารวมเป็นฐานได้

กลุ่มที่ 3 เงินได้ที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณภาษีกับเงินได้อื่น (หรือที่เรียกว่าเป็น Final Tax) ซึ่งเกิดจากการถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ถือได้ว่ามีการเสียภาษีแล้ว คุณจึงสามารถนำเงินได้เหล่านี้มารวมเป็นฐานในการคำนวณ ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจถือเป็น Final Tax หรือไม่ เช่น ดอกเบี้ยและเงินปันผลกรณีทั่วไป เงินได้ที่ได้รับเมื่อออกจากงานที่มีอายุงาน 5 ปีขึ้นไป ซึ่งสำหรับเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีกลุ่มนี้ ผมขอให้ข้อสังเกตที่น่าสนใจ 3 ข้อครับ

  1. เงินได้กลุ่มนี้จะมีบางกรณีเข้าข่ายกลุ่มที่ 2 ที่กล่าวถึงข้างต้นด้วย จึงต้องพิจารณาเงื่อนไขในการยกเว้นภาษีของเงินได้นั้น ๆ ด้วย

  2. หากคุณต้องการนำเงินได้กลุ่มนี้มารวมเป็นฐาน ต้องระบุจำนวนเงินดังกล่าวไว้ที่ข้อ 10 ของแบบ ภ.ง.ด. 90 หรือท้ายแบบ ภ.ง.ด. 91 ด้วย (ยกเว้นค่าขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร ที่เลือกถือเป็น Final Tax โดยหักค่าใช้จ่ายตามจริง ต้องกรอกในข้อ 8 ของแบบ ภ.ง.ด. 90 และเงินได้จากการรับให้ ที่เลือกถือเป็น Final Tax ต้องกรอกในข้อ 9 ของแบบ ภ.ง.ด. 90 อยู่แล้ว)

  3. สำหรับเงินปันผลจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสัญชาติไทยนั้น เฉพาะกรณีที่คุณเลือกนำไปรวมคำนวณภาษีกับเงินได้อื่น (ไม่ถือเป็น Final Tax) จะได้รับเครดิตภาษี ซึ่งคำนวณจาก เงินปันผล x [อัตราภาษีนิติบุคคล / (100 - อัตราภาษีนิติบุคคล)] เช่น ได้รับเงินปันผล 500 บาท จากบริษัทที่เสียภาษีในอัตรา 20% เครดิตภาษีจะเท่ากับ 500 x [20 / (100 - 20)] = 125 บาท โดยเครดิตภาษีนี้ถือเป็นเงินได้พึงประเมินด้วย จึงนำไปรวมเป็นฐานได้ด้วย แต่หากถือเป็น Final Tax ไปแล้ว เฉพาะเงินปันผลเท่านั้นที่จะนำมารวมเป็นฐานได้ จะไม่สามารถนำเครดิตภาษีดังกล่าวมารวมด้วย

ตำแหน่งสำหรับกรอกจำนวนเงินได้ที่ถือเป็น Final Tax ในแบบ ภ.ง.ด. 90 (ด้านบน) และแบบ ภ.ง.ด. 91 (ด้านล่าง)

กลุ่มที่ 4 เงินได้ที่ได้รับยกเว้นหลังหักค่าใช้จ่าย หรือที่เรียกว่ายกเว้นเงินได้เสมือนหักลดหย่อน