top of page

Education Fund: ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งเบาแรง


“อยากให้ลูกได้เรียนในที่ที่เขาอยากเรียน” เชื่อว่านี่คือหนึ่งในเป้าหมายและความปรารถนาสูงสุดของพ่อแม่ทุกคน


แต่เมื่อถึงเวลาลงมือวางแผนทางการเงิน คำถามสำคัญอาจไม่ใช่แค่ “ต้องใช้เงินเท่าไหร่?” เพราะค่าใช้จ่ายในวันที่ลูกเข้าเรียนจริงมักไม่เท่ากับตัวเลขที่เราเห็นในวันนี้


และยังมีอีกหนึ่งคำถามที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ... “เราเหลือเวลาเตรียมเงินอีกกี่ปี?” สองคำถามนี้คือจุดเริ่มต้นและหัวใจสำคัญของการวางแผน Education Fund (กองทุนเพื่อการศึกษาลูก)


------------------------


1. ค่าเทอมวันนี้ กับวันที่ลูกเข้าเรียน คือคนละตัวเลขกัน


ด้วยภาวะเงินเฟ้อ เงินจำนวนเท่าเดิมจะซื้อของหรือรับบริการได้น้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป และค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาก็เป็นหนึ่งในต้นทุนที่มีอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง


ลองสมมติว่า วันนี้เราประเมินว่าต้องเตรียมเงิน 1.5 ล้านบาทสำหรับการศึกษาในระดับปริญญาตรีของลูก


หากคำนวณอัตราเงินเฟ้อการศึกษาเฉลี่ย 3% ต่อปี อีก 18 ปีข้างหน้า ในวันที่ลูกต้องเข้ามหาวิทยาลัยจริง


เป้าหมาย 1.5 ล้านบาทในวันนี้จะกลายเป็นประมาณ 2.55 ล้านบาท


นั่นหมายความว่า การวางแผนทางการเงินไม่ได้จบแค่การถามว่า “วันนี้ต้องใช้เงินเท่าไหร่?” แต่ต้องคำนวณข้ามไปยังอนาคตว่า “ในวันที่ต้องใช้เงินจริงๆ เราต้องเตรียมเงินไว้เท่าไหร่?”


------------------------


2. ทำไม “เริ่มเร็ว” ถึงช่วยให้เบาแรงลงได้อย่างมหาศาล?


เพราะสิ่งสำคัญที่พ่อแม่มีตั้งแต่วันนี้ ไม่ได้มีแค่เรื่องเงิน...


แต่คือ “เวลา”


ลองเปรียบเทียบเป้าหมายการเตรียมเงิน 2.55 ล้านบาทในอีก 18 ปีข้างหน้า (อ้างอิงสมมติฐาน

ผลตอบแทนการลงทุนเฉลี่ย 5% ต่อปี และอัตราเงินเฟ้อการศึกษา 3% ต่อปี)


  • หากเริ่มตั้งแต่วันที่ลูกเพิ่งคลอด (เหลือเวลา 18 ปี)

    ออม/ลงทุนประมาณ 7,300 บาท / เดือน


  • หากรอไปเริ่มตอนลูกอายุ 6 ขวบ (เหลือเวลา 12 ปี)

    ออม/ลงทุนเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 13,000 บาท / เดือน


  • หากรอไปเริ่มตอนลูกอายุ 12 ขวบ (เหลือเวลาเพียง 6 ปี)

    ออม/ลงทุนสูงถึงประมาณ 30,000 บาท / เดือน


(หมายเหตุ: ตัวเลขข้างต้นเป็นเพียงแบบจำลองเพื่อประกอบความเข้าใจ ผลตอบแทนจริงขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและการจัดสรรสินทรัพย์)


เป้าหมายปลายทางคือเงินก้อนเดียวกัน แต่เมื่อเวลาเหลือน้อยลง จำนวนเงินออมที่ต้องใส่เติมเข้าไปในแต่ละเดือนจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว


การเริ่มคือการที่เราให้ "ระยะเวลา" และ "พลังของดอกเบี้ยทบต้น" ทำงานแทนเราได้มากขึ้น


------------------------


3. มีเวลานานไม่ได้แปลว่าต้องเสี่ยงสูงตลอดไป (Asset Allocation ตามช่วงอายุ)


อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการจัดพอร์ต Education Fund คือ การบริหารจัดการความเสี่ยงตามกรอบเวลา


  • เมื่อลูกยังเล็ก (ระยะยาว 10-18 ปี):

    เรามีเวลามากพอในการรับความผันผวนของตลาด การเน้นสินทรัพย์เติบโต (เช่น หุ้น หรือ กองทุนรวมหุ้น) จะช่วยเร่งสร้างความมั่งคั่งเพื่อสู้กับเงินเฟ้อ


  • เมื่อวันที่ต้องใช้เงินใกล้เข้ามา (เหลือเวลา 3-5 ปี):

    เป้าหมายของพอร์ตจะเปลี่ยนจาก “ทำอย่างไรให้เงินเติบโตสูงที่สุด” ไปสู่ “ทำอย่างไรให้เงินก้อนนี้ปลอดภัย และพร้อมใช้ในวันที่ต้องจ่ายค่าเทอม”


ดังนั้นการวางแผน Education Fund จึงไม่ใช่แค่การเลือกว่าจะเก็บเงินเท่าไร แต่ต้องคิดตั้งแต่

เป้าหมาย → จำนวนเงิน → ระยะเวลา → เงินเฟ้อ → การลงทุน → การบริหารความเสี่ยง


และควรทบทวนแผนเป็นระยะ เพราะทั้งรายได้ ค่าใช้จ่าย เป้าหมายของลูก และสถานการณ์การลงทุนสามารถเปลี่ยนแปลงได้


------------------------


4. ลูกอยู่วัยไหน ก็เริ่มต้นวางแผนได้ทันที


  • ลูกยังเล็ก (0 - 5 ขวบ):

    คุณมีเวลา เป็นข้อได้เปรียบอย่างมาก เริ่มต้นทยอยสะสมเงินด้วยยอดออมที่ไม่ตึงมือจนเกินไป


  • ลูกอยู่ในวัยเรียน (6 - 11 ขวบ):

    ไม่มีคำว่าสายเกินไป กลับมาคำนวณเป้าหมายให้ชัดเจน ทบทวนค่าใช้จ่ายและปรับสัดส่วนการออม


  • ลูกใกล้เข้ามหาวิทยาลัย (12 ขวบขึ้นไป):

    เวลาน้อยลง สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่การเร่งผลตอบแทน แต่ต้องให้ความสำคัญกับความเสี่ยง สภาพคล่อง และความพร้อมของเงินที่จะต้องใช้ด้วย


Education Fund ไม่ใช่เรื่องของการหาเงินก้อนใหญ่มาวางตั้งแต่วันแรก แต่มันคือ การเริ่มต้นให้เร็วพอ


------------------------


เราอาจไม่สามารถคาดเดาได้แน่ชัดว่าอีก 10 หรือ 20 ปีข้างหน้า โลกการศึกษาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร หรือค่าเทอมจะพุ่งสูงไปถึงจุดไหน


แต่สิ่งหนึ่งที่เรามั่นใจได้แน่นอนคือ ลูกของเราจะเติบโตขึ้นในทุก ๆ วัน และวันที่ต้องใช้เงินก้อนนั้นจะมาถึงอย่างแน่นอน


ยิ่งเริ่มวางแผนเร็ว

ยิ่งมีเวลาสะสม

ยิ่งมีเวลาให้เงินทำงาน

ยิ่งมีเวลาปรับแผน

และยิ่งมีทางเลือกในการบริหารความเสี่ยงมากขึ้น


Education Fund จึงไม่ใช่การเตรียมเงินก้อนใหญ่ในวันหนึ่ง แต่คือการค่อย ๆ สร้างเงินก้อนนั้น ตั้งแต่วันที่ยังมีเวลา เพราะสำหรับการเตรียมความพร้อมให้ชีวิตของลูก


“เวลา” คือทรัพย์สินที่มีค่าและทรงพลังที่สุดที่พ่อแม่มีอยู่ในมือวันนี้ครับ



📌 หมายเหตุ:

ตัวเลข ผลตอบแทน และอัตราเงินเฟ้อในบทความนี้ เป็นการคำนวณเชิงสมมติฐานเพื่อ ประกอบการอธิบายหลักการวางแผนการเงินเท่านั้น การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน



บทความนี้เขียนโดย คุณติว ตวิษ โรจน์ไพศาลสกุล

Junior Wealth Advisor

Siam Wealth Management


#วางแผนการศึกษาบุตร

#ติวเรื่องเงิน

#คิดเรื่องชีวิตคิดถึงเรา

 
 
 

Comments


bottom of page