จับตาร่าง พ.ร.บ. ใหม่ ส่งข้อมูลธุรกรรมให้สรรพากร

Updated: Apr 28, 2020


จับตาร่าง พ.ร.บ. ใหม่ ส่งข้อมูลธุรกรรมให้สรรพากร ใครที่ยังหลบเลี่ยงภาษี ยังหนีภาษีอยู่ ต้องอ่าน !!!

เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่ผ่านมา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้รับหลักการร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี ในวาระที่ 1 ไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งตัวร่าง พ.ร.บ. ฯ ฉบับนี้ ถ้าประกาศใช้ออกมาเป็นกฎหมายเมื่อไหร่ ใครที่ยังหลบเลี่ยง-หนีภาษี ต้องมีร้อน ๆ หนาว ๆ บ้างล่ะครับ วันนี้ผมเลยขออนุญาตสรุปที่มาที่ไป และให้คำแนะนำเพื่อเตรียมตัวในเบื้องต้นไว้ก่อนครับ

---------- ที่มาที่ไป ----------

- ในหนังสือเรียนเสนอร่าง พ.ร.บ. ฯ ต่อประธาน สนช. ระบุเหตุผลไว้ว่า "โดยที่แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติได้กำหนดให้นำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้กับการดำเนินการของภาครัฐ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนซึ่งรวมถึงการรับชำระเงินภาษี ประกอบลักษณะในการทำธุรกรรมของภาคเอกชนในปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ส่งผลให้การตรวจสอบและติดตามข้อมูลเพื่อการจัดเก็บภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรในปัจจุบันไม่อาจดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการนำส่งเงินภาษี การยื่นรายการหรือเอกสารเกี่ยวกับภาษีอากร และเพื่อให้กรมสรรพากรได้รับข้อมูลอันจะเป็นประโยชน์ต่อการจัดเก็บภาษีอากร จึงสมควรปรับปรุงวิธีการนำส่งเงินภาษีบางประเภทและการยื่นรายการหรือเอกสารเกี่ยวกับภาษีอากรให้สามารถดำเนินการด้วยวิธีการอื่นเพิ่มเติมจากที่กำหนดในประมวลรัษฎากรได้ พร้อมทั้งกำหนดให้สถาบันการเงินและผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์มีหน้าที่รายงานข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะพิเศษให้กรมสรรพากรเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีอากร และปรับปรุงอัตราโทษสำหรับกรณีเจ้าพนักงานเปิดเผยข้อมูลของผู้เสียภาษีอากรหรือของผู้อื่นที่เกี่ยวข้องให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้"

- สรุปคือ เพราะสมัยนี้อะไรก็ออนไลน์แล้ว กรมสรรพากรเลยอยากให้เราได้ยื่นแบบและจ่ายภาษีอากรทางออนไลน์ได้ด้วย (เพื่อความสะดวกรวดเร็วของพวกเราชาวไทยนะครับ กรมสรรพากรทำเพื่อเราจริง ๆ ครับ น้ำตาจะไหล) และเพื่อการตรวจสอบการจัดเก็บภาษีที่ดีขึ้น เลยให้สถาบันการเงินช่วยเหลือในการแจ้งข้อมูลด้วย แถมกำหนดโทษเพิ่มสำหรับเจ้าพนักงานที่เอาข้อมูลเราไปเปิดเผยหรือใครที่ไม่ปฎิบัติตาม

---------- มีอะไรบ้างในร่างฯ ----------

- สำหรับหลักการที่ได้เสนอและรับหลักการแล้ว (หรือพูดง่าย ๆ คือ หัวข้อหลัก ๆ ซึ่งเนื้อหาที่กฎหมายจริงครอบคลุมจะไม่เปลี่ยนไปจากนี้) ทั้ง 5 ข้อนั้นคือ

  1. การเพิ่มวิธีนำส่งภาษี ทั้งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย/ภาษีเงินได้/ภาษีมูลค่าเพิ่ม

  2. การเพิ่มวิธีการยื่นรายการหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับภาษีอากรทางอิเล็กทรอนิกส์

  3. การเพิ่มหน้าที่รายงานข้อมูลที่อยู่ในความครอบครองของสถาบันการเงินและผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่กรมสรรพากร

  4. การเพิ่มโทษสำหรับกรณีผู้มีหน้าที่รายงานข้อมูลไม่ดำเนินการตามคำสั่งอธิบดีกรมสรรพากร

  5. การเพิ่มโทษสำหรับกรณีเจ้าพนักงานเปิดเผยข้อมูล ฯ

- สิ่งที่น่าสนใจและเป็นประเด็นที่ถูกถามมาก ณ เวลานี้ ก็คือ ข้อ 3. บทบัญญัติเกี่ยวกับหน้าที่รายงานข้อมูลที่อยู่ในความครอบครองของสถาบันการเงินและผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่กรมสรรพากร ครับ (ซึ่งอย่างที่บอก แปลว่า ยังไงก็มีเรื่องนี้แน่ ๆ นะครับในกฎหมายฉบับจริง)

- ทีนี้ แม้หลักการดังกล่าวจะไม่เปลี่ยน ไม่หลุดหายไปไหน แต่รายละเอียดของหลักการนั้นอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ โดยในร่าง พ.ร.บ. ฯ ที่ผ่านวาระที่ 1 มานั้น ระบุว่า

  1. สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน (เช่น ธนาคารต่าง ๆ บริษัทเงินทุน บริษัทเครดิตฟองซิเอร์)

  2. สถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น (เช่น ธกส. ธอส. บสย. ฯลฯ)

  3. ผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน (เช่น e-wallet ทั้งหลาย ฯลฯ)

ทั้ง 3 กลุ่มนี้ มีหน้าที่ต้องส่งข้อมูลเกี่ยวกับใครก็ตามที่มี 'ธุรกรรมลักษณะพิเศษ' ในแต่ละปี ให้กรมสรรพากรภายในมีนาคมของปีถัดไป (ช่วงเวลาเดียวกับที่เรายื่นภาษีเงินได้ประจำปีแหละครับ)

*** ไฮไลต์คือออออ ***

'ธุรกรรมลักษณะพิเศษ' ที่ว่า ในร่าง พ.ร.บ. ฯ ฉบับล่าสุด มีเงื่อนไขดังต่อไปนี้ (อย่างใดอย่างหนึ่ง ถือว่าเข้าเงื่อนไขเลยนะครับ)

  1. ฝากหรือรับโอนเงิน ทุกบัญชีรวมกัน ตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป ภายในปีนั้น

  2. ฝากหรือรับโอนเงิน ทุกบัญชีรวมกัน ตั้งแต่ 200 ครั้งขึ้นไป และ มียอดรวมของธุรกรรมฝากหรือรับโอนเงินรวมกันตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป ภายในปีนั้น

ซึ่งแน่นอนว่า กรอบเวลาในปีที่รวบรวมข้อมูล ก็น่าจะไม่พ้น ช่วง 1 ม.ค. ถึง 31 ธ.ค. ตามปีภาษีครับ

**************