สรุปงานสัมมนา CFP Professional Forum ครั้งที่ 12 - จัดพอร์ตลงทุนอย่างมืออาชีพ

Updated: Jan 21, 2020


#สรุป จากงานสัมมนา CFP Professional Forum ครั้งที่ 12 ในหัวข้อ "จัดพอร์ตลงทุนอย่างมืออาชีพ" ซึ่งจัดขึ้น ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา เนื้อหาจะจัดหนักจัดเต็มยังไง ติดตามได้ใน #สรุปเดียว แถ่น แทน แท๊นนนน .. ปุ้ง ปุ้ง ปุ้ง (เสียงพลุ)

1. คืองี้ .. สารภาพก่อนว่าแอบลอกแพทเทิร์นเพจ สรุป มาเลย อยากลองเขียนอะไรแบบนี้มั่งอ่ะ ขอทีนึงหน่านะ อย่าดุอย่าว่าอย่าตีผมเลย อีกอย่างเพราะงานวันนี้ก็ค่อนข้างกันเองด้วย ผู้บรรยายเล่าสนุก ใช้ภาษาง่าย ๆ งั้นตัวสรุปผมก็ไม่ควรจะทางการเหมือนกันใช่มั๊ย 55555 (ขออภัยสำหรับเรื่องภาษาไว้ล่วงหน้าเลยนะครับ)

2. เอาใหม่ ๆ คืองี้ .. ปกติแล้ว สมาคมนักวางแผนการเงินไทยหรือเรียกย่อ ๆ ว่า TFPA เนี่ย เค้าจะจัดกิจกรรมสัมมนาแบบเนี้ยขึ้นเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้บุคลากรผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละสาขาวิชาชีพด้านการเงินต่าง ๆ เข้ามาบรรยายให้ความรู้เสริมนอกตำราแก่นักวางแผนการเงินและที่ปรึกษาการเงินทุกท่าน เป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตให้กับนักวางแผนการเงิน แล้วไม่ใช่แค่การวางแผนการลงทุนนะ ยังมีเรื่องของการวางแผนการประกันภัย การวางแผนเพื่อวัยเกษียณ การวางแผนภาษีและมรดก รวมถึงหัวข้อที่น่าสนใจต่าง ๆ นา ๆ ที่เกี่ยวกับการวางแผนการเงินอีกด้วย พอดีว่าผมเองก็ขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกที่ปรึกษาการเงินกับสมาคมฯ ด้วยเหมือนกัน เลยได้รับโอกาสมาฟังบรรยายดี ๆ แบบฟรี ๆ ดีจุงเบย

3. ซึ่งหัวข้อในเดือนนี้เป็นเรื่องของการวางแผนการลงทุน เจาะลึกไปในส่วนของการจัดพอร์ตลงทุน โดยผู้บรรยายในคราวนี้นั้น ทาง TFPA ได้รับเกียรติจาก คุณวิน พรหมแพทย์, CFA ที่มีดีกรีระดับอดีตหัวหน้ากลุ่มงานลงทุนของกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน รับผิดชอบเงินลงทุนร่วม 1.3 ล้านล้านบาท (แค่ล้านเดียวตัวผมเองยังเหนื่อยลากเลือดแล้วเลย นี่ล้านล้านบาท คุณพระ!) โดยปัจจุบันพี่วินดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี - พรินซิเพิล จำกัด (ชื่อยาวมาก ต่อไปจะย่อเหลือแค่ว่า CIMB ละกันนะ)

4. เนื้อหาการบรรยายในวันนี้ประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก ๆ ครับ ได้แก่ 1) พื้นฐานการจัดพอร์ต ว่าด้วยเรื่องเบสิก ๆ กันก่อนนิดหน่อยเพื่อเป็นการเกริ่นนำ ต่อด้วย 2) การเลือกแนวทางการลงทุนในแบบต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นบนโลกนี้ในอนาคตข้างหน้า และสุดท้าย 3) เทคนิคการจัดสรรการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ หรือที่เรียกกันว่า Asset Allocation ซึ่งในแต่ละส่วนผมจะไม่สรุปลงรายละเอียดมากนะครับ ไม่ต้องคาดหวังแบบคำต่อคำเลยนะบอกไว้ก่อนเดี๋ยวเสียใจกัน อยากให้เข้าใจตรงกันก่อน (และในจุด ๆ นี้ โดยส่วนตัวผมเองก็มางานนี้ด้วยเหตุผลว่าจะเจอการบรรยายในหัวข้อสุดท้ายนี้แหละ กะว่าจะได้เจอเนื้อหานี้แน่ ๆ ซึ่งก็ไม่ผิดหวังจริง ๆ ซื้อล็อตเตอรี่ทำไมไม่ถูกแบบนี้มั่ง อ่อออ)

5. ในส่วนแรกที่เกี่ยวกับพื้นฐานการจัดพอร์ตลงทุนนั้น แรกสุดเลยพี่วินได้ชี้ให้เห็นถึงอัตราผลตอบแทนจากกลุ่มหลักทรัพย์เป็นระยะเวลา 1 ปีย้อนหลัง ที่มีการแบ่งตามประเภทสินทรัพย์ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งแต่ละกลุ่ม เช่น เงินฝาก หุ้น ทองคำ อสังหาฯ ตราสารหนี้ อัตราแลกเปลี่ยน ฯลฯ แต่ละอย่างนั้นมีความผันผวนอยู่และคาดเดาได้ยาก นักลงพุง เอ้ย! นักลงทุน! จึงควรที่จะกระจายความเสี่ยงในการลงทุน (Diversification) ออกไปด้วยการจัดสรรการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ (Asset Allocation) ที่เหมาะสม แต่การจัดพอร์ตตามแต่ละประเทศ (แบบว่า กองหุ้นญี่ปุ่น กองหุ้นสหรัฐอเมริกา ฯลฯ แบบที่เน้นเอาเฉพาะแต่ละสินทรัพย์ในแต่ละประเทศอ่ะ) มันเริ่มที่จะไม่ค่อยมีประสิทธิภาพเท่าไหร่แล้ว เราอยู่ในปี ค.ศ.2016 แล้วนะเว้ย โลกทุกวันนี้มันไร้พรมแดนแล้ว ทุกอย่างมันเกี่ยวเนื่องเกี่ยวข้องกันหมด เพราะงั้นพี่วินเลยเสนอทางเลือกใหม่ด้วยการจัดพอร์ตตาม 'ธีม' (Theme) ของกระแสหลักหรือ Megatrend ในแบบต่าง ๆ เป็นทางเลือกไว้ให้ลองศึกษากันดู

6. แต่ก่อนจะไปถึงเรื่องเมกะบางนา ไม่ใช่! เมกะเทรนด์! นั้นอ่ะนะ ขออธิบายเพิ่มว่าในขั้นตอนการจัดพอร์ตเนี่ย (อ้อ ก่อนจะไปต่อ ท่านใดที่ทราบและมีความรู้เกี่ยวกับการวางแผนการลงทุนอยู่แล้วข้ามข้อนี้ไปได้เลยครับ เนื้อหาเหมือนกับที่ท่านร่ำเรียนมานั่นแหละ) อันดับแรกเลยสำหรับการวางแผนการลงทุนคือ การคัดเลือกสินทรัพย์ที่จะลงทุนตามผลตอบแทนคาดหวังและความเสี่ยงที่สามารถรับได้ (ด้วยวิธีอะไรก็ไม่รู้แหละ ผมขออนุญาตไม่กล่าวถึงในสรุปนี้) แล้วนำมาจัดเป็นพอร์ตด้วยการจัดสรรการลงทุนเชิงกลยุทธหรือ Strategic Asset Allocation (ย่อว่า SAA) ซึ่งเป็นการวางแผนพอร์ตการลงทุนในระยะยาวตามความสามารถและความเต็มใจในการรับความเสี่ยง วางแผนว่าสัดส่วนของแต่ละสินทรัพย์ในพอร์ตจะเป็นยังไงในระยะยาวเพื่อให้ผลตอบแทนบรรลุเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้ด้วยประสิทธิภาพสูงที่สุด โดยพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์แต่ละประเภทในพอร์ตด้วยว่าเป็นอย่างไร กระจายความเสี่ยงได้ดีหรือไม่ ซึ่งมาถึงตรงนี้เนี่ยจะเป็นแค่ในส่วนของการเตรียมตัวลงทุนให้พร้อมเท่านั้นนะ เมื่อเตรียมตัวเสร็จแล้วก็เริ่มลงทุนได้เลยตามแผน! (เย่ ๆ ได้ซื้อสักที รอมาตั้งนาน ถ้าวางแผนจริง ๆ เค้าไม่ได้แค่ว่าเดินกำเงินเข้าไปฟาดกันในตลาดเลยนะ) โดยมีการบริหารจัดการพอร์ตลงทุนด้วยการจัดสรรการลงทุนเชิงยุทธวิธี หรือ Tactical Asset Allocation (สายย่อเค้าว่า TAA) ซึ่งจะต้องคอยติดตามผลและปรับเปลี่ยนสัดส่วนพอร์ตตามภาวะตลาดในระยะสั้น ด้วยการควบคุมความเสี่ยงของพอร์ตให้มีความสมดุลหรือ Portfolio Rebalancing อันเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนการลงทุนระยะสั้น ซึ่งนักลงทุนรวมทั้งนักวางแผนหรือที่ปรึกษาก็ต้องหมั่นทบทวนแผนและกลยุทธเหล่านี้อยู่เสมอตามช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม (TAA อาจจะทุกไตรมาสหรือทุกครึ่งปี ถี่ไปก็ไม่ดี ส่วน SAA ก็ตามอายุและระดับความสามารถในการรับความเสี่ยง)

7. ส่วนที่สองก็พูดถึงเรื่องแนวโน้มของ Megatrend ในอนาคต ซึ่งหลัก ๆ แล้วพี่วินได้ยกตัวอย่างมา 5 แนวโน้ม ได้แก่ - สังคมผู้สูงวัยที่มีกำลังซื้อสูง (Aging population and the Silver Age) - การเติบโตของรายได้ของชนชั้นกลาง (Rising income of the middle class) - การเข้าสู่สังคมเมือง (Urbanization) - ความต้องการในโครงสร้างพื้นฐาน (The need for infrastructure) - เทคโนโลยีใหม่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมเดิม ๆ (Disruptive Technology) ซึ่งแนวโน้มเหล่านี้เป็นแนวโน้มหลักที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ทั่วโลก บางบริษัทบางการลงทุนจึงแพร่กระจายไปทั่วโลก ไม่จำกัดอยู่ในบางประเทศอีกต่อไป

8. ข้อแรก ในส่วนของสังคมผู้สูงวัยที่มีกำลังซื้อสูง (Aging population and the Silver Age) นั้น ก็มีข้อมูลจากกรณีศึกษาและงานวิจัยที่บ่งชี้ให้เห็นถึงภาวะความมั่งคั่งของผู้สูงอายุในอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มพ่อแม่ลุงป้าน้าอาปู่ย่าตายายที่เกิดในยุค Baby Boomer ที่กำลังจะเกษียณหรือเริ่มเกษียณกันไปแล้วนั่นแหละครับ ด้วยความที่คนที่เกิดในยุคนี้มักมีนิสัยที่ทำงานหนักและอดออมเก่ง (เฉลี่ย ๆ เอาทั้งโลกตามภูมิภาคนะ ในไทยที่อาจจะคนละเรื่องเลย จุดนี้ผมขอเสริมว่าจากที่เห็นจากหลายงานวิจัย ในไทยส่วนใหญ่มักจะออมกันไม่ค่อยอยู่ ขาดการวางแผน แถมไม่ค่อยลงทุนด้วย) ความมั่งคั่งในบั้นปลายชีวิตจึงมีมากพอที่จะใช้จ่ายเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเองที่เมื่อก่อนตอนทำงานไม่เคยได้ทำ บวกกับมีเวลาว่าง แถมได้เจอเพื่อนฝูง คราวนี้แหละครับแก๊งค์สูงวัยที่หัวใจวัยรุ่น ก็อยากจะใช้ชีวิตเ