เมื่อสถาบันการเงินต้องส่ง 'ธุรกรรมลักษณะเฉพาะ' ให้กรมสรรพากร

Updated: Dec 30, 2019


ประกาศใช้เป็นกฎหมายแล้วเรียบร้อย สำหรับพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 48) พ.ศ.2562 ซึ่งหลายคนจับตามองเนื้อหาที่เกี่ยวกับการส่งข้อมูลธุรกรรมลักษณะเฉพาะให้กับกรมสรรพากร มาเร็วกว่าที่บอกไว้ตอนแรกว่าจะเริ่มปีหน้า


มีผลบังคับใช้ทันทีวันนี้ ! และเริ่มส่งข้อมูลครั้งแรกปี 2563 !!

สรุปมาไว้แล้ว ทั้งเงื่อนไขธุรกรรมที่ต้องส่ง ช่วงเวลาที่จะส่ง ฯ ลองอ่านและทำความเข้าใจดูครับ


'ธุรกรรมลักษณะเฉพาะ' หมายความว่า ธุรกรรมที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดในปีที่ล่วงมา ดังต่อไปนี้


1) ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป

(2,999 ครั้งไม่นับว่าต้องส่ง แต่ 3,000 ครั้งปุ๊บส่งเลย)


หรือ


2) ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 400 ครั้ง

และมียอดรวมของธุรกรรมฝากหรือรับโอนเงินรวมกันตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป

(ต้องมีจำนวนครั้งตั้งแต่ 400 ครั้ง พร้อมกับยอดรวมกันตั้งแต่ 2 ล้านบาท

ขาดเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งก็ไม่นับว่าต้องส่ง)


เมื่อเข้าเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งใน 2 ข้อข้างบน ข้อมูลที่อยู่กับแต่ละสถาบันการเงินก็จะถูกส่งไปหากรมสรรพากร โดยรวมทุกบัญชีในชื่อบุคคลเดียวกันต่อหนึ่งสถาบันการเงิน (หมายความถึงทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล)


เช่น สมมติเรามีบัญชีกับธนาคาร A 2 บัญชีที่รวมกันแล้วเข้าเงื่อนไข และบัญชีกับธนาคาร B 3 บัญชีที่ไม่เข้าเงื่อนไข ก็จะมีแค่ธนาคาร A ที่ส่งข้อมูลธุรกรรมลักษณะเฉพาะไปให้กรมสรรพากร ส่วนธนาคาร B ไม่ต้องส่ง เป็นต้น

ถ้าดูจากกราฟในรูป จะแสดงโซนลักษณะของธุรกรรมทุกบัญชีรวมกันต่อหนึ่งสถาบันการเงินที่ถูกมองว่าเป็น 'ธุรกรรมลักษณะเฉพาะ'


ซึ่งข้อมูลธุรกรรมที่ได้รับมา กรมสรรพากรสามารถเก็บไว้ได้สูงสุดไม่เกิน 10 ปี


นอกจากนี้ จำนวนครั้ง หรือ ยอดรวม อาจเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคตตามประกาศในกฎกระทรวง



[อัพเดตล่าสุด] การรายงานครั้งแรกจะเกิดขึ้นภายในวันที่ 31 มีนาคม 2563 โดยจะรายงานเฉพาะข้อมูลตั้งแต่วันที่ 24-31 ธันวาคม 2562 เนื่องจากเกิดความล่าช้าในการออกกฎกระทรวง ฉบับที่ 355 เพื่อรองรับเรื่องดังกล่าว


ซึ่งทุกปี ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป จะนับรวมข้อมูลธุรกรรมลักษณะเฉพาะ ตั้งแต่ 1 มกราคม จนถึง 31 ธันวาคมของทุปี เพื่อนำส่งในปีถัดไป


ผู้มีหน้าที่รายงานข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะในปีที่ล่วงมาเฉพาะที่อยู่ในความครอบครองต่อกรมสรรพากรภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ได้แก่