top of page

ถ้าเราตาย มีเงินอะไรบ้างที่ส่งต่อไปให้คนข้างหลัง


ชีวิตเป็นสิ่งไม่แน่นอน หากวันนี้เราไม่อยู่ คนข้างหลังจะได้อะไรบ้าง


1. กองทุน / เงินสะสมจากการทำงาน

เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) กองทุนบำเหน็จข้าราชการ (กบข.) หรือกองทุนอื่นๆ


สำหรับตัว PVD เงินก้อนนี้จะถูกส่งต่อตามสิทธิของเราให้กับผู้ที่เราระบุไว้เป็นผู้รับผลประโยชน์ตอนสมัครเข้าร่วมกองทุนครั้งแรก ถ้าไม่ได้ระบุจะถูกแบ่งสัดส่วนให้ทายาทโดยธรรมตามกฏหมายตามสัดส่วน บุตร 1 – 2 คน ได้รับ 2 ส่วน แต่ถ้ามีบุตร 3 คนขึ้นไปรับ 3 ส่วน คู่สมรส 1 ส่วน และพ่อแม่ 1 ส่วน


ฝั่งข้าราชการเองจะมีเงิน กบข. กับบำเหน็จตกทอด ซึ่งมีการแบ่งที่ต่างกัน กบข. เราไม่สามารถระบุผู้รับผลประโยชน์ได้เหมือน PVD กบข.จะแบ่งให้ตามสัดส่วน กรณีมีคู่สมรสก็จะแบ่งครึ่งนึงให้คู่สมรสก่อน แล้วแบ่งที่เหลือให้ตามลำดับทายาทโดยธรรม


ส่วนบำเหน็จตกทอด เราสามารถระบุชื่อผู้รับผลประโยชน์ได้ แต่หากไม่ได้ระบุไว้ เงินก้อนนี้จะถูกแบ่งเป็นสัดส่วน ให้แก่ คู่สมรส 1 ส่วน บิดามารดา 1 ส่วน บุตร 1 - 2 คน ได้รับ 2 ส่วน แต่ถ้ามีบุตร 3 คนขึ้นไปให้ได้รับ 3 ส่วน


ข้อมูลอ้างอิงจาก https://www.thaipvd.com/faq/detail/kw6uab


_______________________________________


2. ประกันสังคม

เมื่อผู้ประกันตนเสียชีวิต ทายาทมีสิทธิได้รับเงินชดเชยกรณีเสียชีวิตจำนวน 3 ก้อน ตามเงื่อนไข


- เงินทำศพ 50,000 บาท จ่ายให้แก่ผู้จัดการศพ (คนที่จัดการเรื่องจัดงานศพ)


- เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต จะได้รับก็ต่อเมื่อเราส่งเงินสมทบเกิน 36 เดือน โดยการจ่ายแบ่งเป็น 2 กรณี คือ ส่งเงินสมทบเข้าไปตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไปแต่ไม่ถึง 120 เดือน จะได้เงินสงเคราะห์

เป็นจำนวนเท่ากับค่าจ้าง 2 เดือน และถ้าส่งเงินสมทบตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไปจะได้เงินสงเคราะห์เป็นจำนวนเท่ากับค่าจ้าง 6 เดือน*


- เงินบำเหน็จชราภาพ ตามสัดส่วน ถ้าเราเริ่มรับเงินบำนาญแล้ว เกิน 60 เดือนทายาทจะไม่ได้เงินก้อนนี้


*คิดฐานเงินเดือนตามเงื่อนไขประกันสังคมตามจริงสูงสุดไม่เกิน 17,500 บาท ต่อเดือน


ซึ่งประกันสังคมจะจ่ายผลประโยชน์ให้กับผู้ที่เราระบุไว้ในหนังสือ (กรอกรายละเอียดแล้วเก็บไว้ที่ตัวเอง) โดยสามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซด์ประกันสังคม หากไม่ได้ระบุ จะแบ่งให้บุตร บิดา มารดา คู่สมรสตามสัดส่วน โดยมีระยะเวลายื่นเบิกภายใน 2 ปีนับตั้งแต่วันที่มีสิทธิ


📌 ผลประโยชน์หรือเงื่อนไขแต่ละมาตราอาจจะมีรายละเอียดต่างกัน

สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซด์ประกันสังคม


_______________________________________


3. กองทุนฌาปณกิจ / สวัสดิการต่าง ๆ

เช่น กองทุนฌาปณกิจ สหกรณ์ หรือสวัสดิการจากบริษัท


เราจะได้เงินจากแต่ละก้อนตามเงื่อนไขของแต่ละที่ อย่างเช่น กองทุนฌาปณกิจซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือค่าจัดงานศพโดยตรง หากเราเป็นสมาชิกและมีการส่งเงินเข้าไปตามเงื่อนไขของกองทุนฌาปณกิจ ซึ่งทายาทก็จะได้รับเงินก้อนนี้หลังจากเราเสียชีวิต โดยแต่ละกองทุนมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน ควรศึกษารายละเอียดของแต่ละที่อีกครั้ง


_______________________________________


4. ประกันชีวิต / ประกันอุบัติเหตุ (ที่ทำเพิ่มเอง)


ประกันชีวิตส่วนใหญ่จะคุ้มครองกรณีเสียชีวิตเกือบทุกกรณี ยกเว้น การฆ่าตัวตายโดยสมัครใจภายใน 1 ปีนับจากวันที่กรมธรรม์มีผลบังคับใช้ และการถูกผู้รับผลประโยชน์ฆ่าตายโดยเจตนา


ส่วนประกันอุบัติเหตุ (PA) จะคุ้มครองกรณีที่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ บางแบบอาจจะรวมกรณีเสียชีวิตจากการถูกฆาตกรรมด้วย ฉะนั้นถ้าเราเสียชีวิตโดยธรรมชาติหรือเจ็บป่วยก็จะไม่คุ้มครอง ส่วนเงื่อนไขข้อยกเว้นจะขึ้นอยู่กับแผนที่เราซื้อ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมโดยละเอียดในกรมธรรม์ โดยบริษัทประกันจะจ่ายผลประโยชน์ให้กับ ผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้เป็นผู้รับประโยชน์ในกรมธรรม์ตามสัดส่วน


_______________________________________


5. เงินฝากธนาคาร / หลักทรัพย์ทางการเงิน

เช่น เงินฝากในธนาคาร หุ้น กองทุนรวม ฯลฯ


โดยเงินเหล่านี้จะถูกส่งต่อให้ทายาทเช่นเดียวกัน แต่วิธีการส่งต่ออาจจะแตกต่างจากกรณีก่อนหน้านี้ เพราะอาจจะต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายด้วยการส่งต่อผ่านพินัยกรรม หรือถ้าไม่มีพินัยกรรมก็ส่งต่อผ่านลำดับทายาทโดยธรรมตามกฎหมาย 6 ชั้น บุตร บิดามารดา พี่น้องร่วมบิดามารดา พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดา ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา บวกกับคู่สมรสกรณีจดทะเบียนสมรส ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในการดำเนินการค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับวิธีอื่น ๆ


_______________________________________


6. อสังหาริมทรัพย์


ในส่วนของอสังหาริมทรัพย์ อาจจะแตกต่างจากการส่งต่อแบบทั้งหมดที่กล่าวมาเล็กน้อย เบื้องต้นนอกจากจะดูเรื่อง พินัยกรรม สินส่วนตัว สินสมรส ทรัพย์มรดก และมีการส่งต่อให้ทายาทผ่านพินัยกรรม หรือหากไม่ได้ทำพินัยกรรมจะส่งต่อให้ทายาทโดยธรรมตามกฎหมายแล้ว ยังจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมการโอนด้วย


สามารถลองคำนวนได้ในเว็บไซด์ของกรมที่ดิน

กรมที่ดิน - Department of Lands


อ้างอิงข้อมูลจากเว็บสรรพากร https://www.rd.go.th/27614


_______________________________________



สุดท้ายเราอาจจะทำเป็น Checklist สั้นๆ ว่า

“ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเรา คนข้างหลังต้องทำอะไร?” เช่น


□ รายละเอียดทรัพย์สินว่ามีอะไรอยู่ที่ไหนบ้าง

□ มีพินัยกรรมไหม อยู่ที่ไหน

□ กรมธรรม์ประกันที่ทำไว้ เก็บไว้ที่ไหน ใครเป็นผู้รับผลประโยชน์ รวมถึงชื่อและเบอร์ตัวแทน


□ เอกสารผู้มีสิทธิรับผลประโยชน์จากประกันสังคม

□ รายละเอียดกองทุน PVD / กบข. / สหกรณ์ ชื่อผู้รับผลประโยชน์ เบอร์ HR ที่ทำงาน หรือหัวหน้า


□ เอกสารสำคัญอื่นๆ เก็บไว้ที่ไหน

□ ลิสรายชื่อที่ต้องติดต่อหากเราไม่อยู่

□ รวมถึงสมุดเบาใจ หรือหนังสือแสดงเจตนารมณ์อื่น ๆ เช่น ทำการบริจาคอวัยวะ ร่างกายไว้ที่ไหน ต้องติดต่อใคร



บทความนี้เขียนโดย

คุณอัญวรา ไชยราช

ที่ปรึกษาการเงิน AFPT™

Wealth Advisor

Siam Wealth Management


#วางแผนส่งต่อ

#คิดเรื่องชีวิตคิดถึงเรา

Comments


bottom of page