"อคติ" บนพฤติกรรมการลงทุน ที่รั้งพอร์ตคุณไม่ให้โต(กับเขาเสียที)

Updated: Jan 21, 2020


"ลงทุนไปตั้งเยอะทำไมพอร์ตไม่โตสักที!" "หนูจะลงทุนอะไรดีล่ะคะเพราะนี่ก็ตกรถไปหลายคันแล้ว!" "ติดดอยมาตั้งหลายปีหาทางลงให้พี่หน่อยสิน้อง!"

ฮั่นแน่ะ! .. เป็นเหมือนกันล่ะสิ!

นี่คือตัวอย่างของปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นได้กับนักลงทุนทั่วไปนั่นแหละครับ ซึ่ง Aommoney Guru หลายต่อหลายท่านก็ได้แนะนำการแก้ปัญหาเหล่านี้กันไปบ้างแล้วไม่น้อยเลยทีเดียว แต่เพื่อให้ผู้อ่านที่น่ารักทุกท่านได้เข้าใจปัญหาเหล่านี้และแก้ปัญหากันได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น ผมจะขออนุญาตพาไปทำความรู้จัก 'อคติ' ทางการลงทุนอันเป็นรากเหง้าและต้นตอของปัญหากันก่อนดีกว่า พร้อมด้วยคำแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อแก้ปัญหา จะได้ถอนรากถอนโคนความเม่าของเราให้หมดไปเสียที!

ซึ่งจากศาสตร์ที่ว่าด้วย การเงินเชิงพฤติกรรม หรือ Behavioral Finance นั้นได้อธิบายไว้ว่า นักลงทุนมักจะมีอคติหรือ การเอนเอียงทางความคิด (Cognitive bias) กับการลงทุนอยู่ด้วยกัน 4 ประเภทหลัก โดยแฝงตัวอยู่ตามขั้นตอนต่าง ๆ ในการลงทุนตามลำดับดังต่อไปนี้

  1. Bias when selecting asset (Availability bias) หรือการเอนเอียงทางความคิดที่เกิดขึ้นตอนที่เลือกสินทรัพย์เพื่อลงทุน ตัวอย่างเช่น

  • Home bias: มักจะลงทุนเยอะ (over-invest) เฉพาะกับสินทรัพย์ที่อยู่ในประเทศของตัวเองหรือภูมิภาคของตัวเองมากกว่าจะไปแสวงหาจากที่อื่น

  • Recency bias: ให้น้ำหนักกับข้อมูลที่ได้รับมาล่าสุดมากจนเกินไป แห่ตามไปลงทุนในสินทรัพย์ที่เค้าว่ากันว่าดีในปีล่าสุด โดยไม่ได้ดูว่ามันมีนัยสำคัญมากแค่ไหนเมื่อเทียบกับข้อมูลในอดีต

วิธีแก้: ค้นคว้าข้อมูลให้มากขึ้น ออกจาก comfort zone ของการลงทุนซะ อย่ามัวแต่ขอ อย่ารอแต่โพย หัดทำการบ้านเองบ้าง

  1. Bias when processing information หรือการเอนเอียงทางความคิดเมื่อกำลังพิจารณาข้อมูลที่ได้รับมา ตัวอย่างเช่น

  • Anchoring bias: ให้ความสำคัญกับข้อมูลชุดแรกมากเกินไป เชื่อจนสนิทใจ คิดว่าสินทรัพย์ตัวนี้มันดีแล้วก็คงจะดีต่อไป จนทำให้ขาดความตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่ตามมา

  • Confirmation bias: พยายามหาแต่ข้อมูลที่สนับสนุนความคิดของตัวเองเพียงด้านเดียว และไม่สนใจหรือเพิกเฉยข้อมูลที่มีมุมมองแย้งความเห็นของตัวเอง

  • Overconfidence bias: มั่นใจเกินเหตุ จนทำให้ประเมินความเสี่ยงในการลงทุนน้อยเกินไป และคาดหวังผลตอบแทนที่มากเกินไปกว่าความเป็นจริง

วิธีแก้: พยายามหาข้อมูลมาสนับสนุนให้ได้มากที่สุดในทุกแง่มุม พิจารณาบนพื้นฐานข้อเท็จจริง(fact) มากกว่าความเห็น(opinion)

  1. Bias when rebalancing portfolio หรือการเอนเอียงทางความคิดเมื่อต้องปรับพอร์ตการลงทุน ตัวอย่างเช่น

  • Endowment effect (status-quo effect): ให้มูลค่ากับสินทรัพย์ที่ตัวเองมีอยู่แล้วมากกว่ากับสินทรัพย์ตัวเดียวกันในกรณีที่ตัวเองไม่มี แถมมั่นใจว่าตัวเองคิดถูกแล้ว จนยึดติดและพลาดโอกาสในการลงทุนอื่น ๆ ที่อาจจะได้ผลตอบแทนมากกว่า นำไปสู่ความกลัวที่จะตกรถ (เสียดายถ้าไม่ได้ไปลงทุน หรือ fear-to-regret)

  • Disposition effect: ว่าง่าย ๆ คืออาการหลักของเม่าน้อยนั่นเอง ที่มักจะขายหมู (ทนกำไรได้น้อย) และติดดอย (ทนขาดทุนได้มาก) กันอยู่เรื่อย ๆ

วิธีแก้: วางแผนการลงทุนซะ แล้วปรับพอร์ตเพื่อทำตามแผนนั้นอย่างมีวินัย สำหรับใครที่ติดดอยไปแล้ว ลองคิดซะว่าถ้าก่อนหน้านี้ไม่ได้ซื้ออะไรที่ติดดอยนั้นไว้ ตอนนี้เวลานี้จะเข้าไปซื้อไหม? ถ้าพิจารณาใหม่แล้วว่ายังไงก็จะซื้อ งั้นก็ถือต่อไปได้ แต่ถ้าไม่ ก็อย่าไปทนไปถัว ยอม cut loss ปรับพอร์ตตามระเบียบตามแผนไปเถอะครับ

  1. Bias when evaluating performance หรือการเอนเอียงทางความคิดเมื่อต้องประเมินศักยภาพการลงทุนของตัวเอง ตัวอย่างเช่น